แพทย์ไขข้อข้องใจ แท็กซี่ติดไวรัสโคโรน่า ผู้โดยสารขึ้นต่อ จะติดโรคด้วยหรือไม่?

Read Time:3 Minute, 1 Second

จากกรณีชายชาวไทย 1 ราย อาชีพขับแท็กซี่ ซึ่งเป็นผู้ป่วยคนไทยรายแรกที่ไม่มีประวัติเดินทางไปประเทศจีน ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

“ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ก็คือ หลังจากที่คนขับแท็กซี่เริ่มป่วยแล้ว เขาไปสัมผัสใครบ้าง ตอนนี้เราพยายามสอบสวนโรค และติดตามผู้สัมผัสทุกคนของคนขับแท็กซี่ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างจากคอมาตรวจ โดยผลการตรวจเบื้องต้นไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม” นายแพทย์ธนรักษ์ กล่าว

นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากกรณีคนขับแท็กซี่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า มีผู้ที่เข้าข่ายอยู่ในความสูงเสี่ยงสูงจำนวน 13 ราย(ผู้ที่อยู่กับคนขับแท็กซี่ตอนเขามีอาการ) แบ่งเป็น ภรรยา ลูก หลาน รวม 3 คน และคนใกล้ชิดอื่นๆ อีก 10 คน ซึ่งทุกคนถูกเก็บตัวอย่างจากคอไปตรวจแล้ว ผลออกมาว่าเป็นลบ ไม่พบการติดเชื้อ และอยู่ในระหว่างเฝ้าติดตามอาการเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งคนเหล่านี้ยังไม่มีอาการ จึงไม่รับไว้ในสถานพยาบาล

“พอตัวคนขับแท็กซี่เริ่มป่วย เขาก็หยุดพัก ไม่ได้ออกไปทำงาน ซึ่งคนที่เสี่ยงก็เป็นคนที่เสี่ยงไม่มาก แต่เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน ก็เลยตรวจสอบให้ครอบคลุม” นายแพทย์โสภณ กล่าว

ส่วนประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า ผู้โดยสารคนต่อๆ ไปที่ขึ้นแท็กซี่คันดังกล่าว จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือไม่นั้น นายแพทย์ธนรักษ์ ให้คำตอบว่า “ตอนที่คนขับแท็กซี่ป่วย เขาหยุดขับรถ เพราะฉะนั้น ผู้โดยสารแท็กซี่ทั้งหลายไม่ต้องเป็นกังวลนะครับ ไม่ต้องตื่นตระหนกว่า วันนั้นฉันขึ้นแท็กซี่คันนั้นคันนี้ แล้วจะติดเชื้อหรือไม่” นายแพทย์โสภณ กล่าว

“จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ ความเสี่ยงที่คนไทยจะสัมผัสเชื้อปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังอยู่ในระดับต่ำ เพราะฉะนั้น ความเสี่ยงไม่น่าจะเกิดจากแท็กซี่คันนี้หรอกครับ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงเดินไปเดินมาอยู่ในประเทศ บางคนอาจจะมีอาการ ไม่มีอาการ หรืออาจติดเชื้อ” นายแพทย์โสภณ กล่าว

“ฉะนั้นตราบใดที่เรามีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดอยู่ในประเทศไทย ย่อมถือว่า เรามีความเสี่ยงอยู่ดับหนึ่ง ถ้าถามว่าสูงมากหรือไม่ คำตอบ คือ ไม่สูงมาก” นายแพทย์โสภณ กล่าว

เมื่อถามว่า อายุของแท็กซี่ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ที่เท่าไหร่? นายแพทย์ธนรักษ์ ตอบว่า “ผมว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับความเสี่ยงของชาวบ้านเลย ซึ่งในสถานการณ์อย่างนี้ เราอยากจะขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายเสนอความเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา และอยากให้ความสำคัญว่า รัฐบาลเจอปัญหาติดเชื้อในผู้ขับรถโดยสารสาธารณะ และรัฐบาลจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรต่อไป”.

ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2563 18:42 น.

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %