สุขภาพหรรษา : ยาสมองเสื่อม ทำกล้ามเนื้อสลาย

Read Time:4 Minute, 36 Second

โดยผลกระทบจะเริ่มจากในส่วนความทรงจำซึ่งมีสารเคมี เช่น กลูตาเมต (glutamate) และอะซีไทโคลีน (acetylcholine) ที่สำคัญในการส่งสัญญาณและจัดแจงความทรงจำมีปริมาณลดลง โดยปกติในร่างกายของเราทุกส่วนจะมีการผลิตสารขึ้นมาและย่อยสลายหลังจากทำหน้าที่ของมันแล้วเพื่อที่จะป้องกันไม่เกิดการส่งสัญญาณต่อเนื่องที่อาจซ้ำซ้อน สารอะซีไทโคลีนนั้น ก็เช่นกัน

หลังจากส่งสัญญาณที่ปลายประสาทแล้วก็จะถูกทำลายโดยเอนไซม์ อะซีไทโคลิเนสเทอเรส (acetylcholinesterase) จึงมีความคิดที่ว่าถ้าสารตัวนี้มันต่ำ เพิ่มจำนวนอะซีไทโคลีนโดยการลดการทำลายโดยใช้ยาที่สามารถหยุดยั้งเอนไซม์ย่อยสลาย เผื่อความจำจะดีขึ้น

นั่นละคือกลไกของยากลุ่มต้านอะซีไทโคลิเนสเทอเรส (Acetyl cholinesterase inhibitor) ทั้งนี้ไม่ได้รวมไปถึงยามิแมนตีน (Memantine) ซึ่งเป็น NMDA receptor antagonist ถึงอย่างไรยาทั้งคู่นั้นเป็นยาที่ไม่ได้ออกแบบมาให้รักษา แต่แค่บรรเทาอาการเท่านั้น เพราะเป็นการแก้โรคปลายเหตุ ไม่ได้แก้ที่ต้นตอของการเกิดโรค

เพราะเรายังไม่รู้เลยว่าต้นตอเกิดจากอะไร ปัญหาคือยาตัวนี้ไม่ได้จำเพาะที่สมองแต่เพิ่มอะซีไทโคลีนนอกสมองด้วยจึงมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย เพราะไปกระตุ้นตัวรับสัญญาณอะซีไทโคลีนในเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆที่มีอยู่ทั่วร่างกายไม่ใช่เฉพาะสมองเท่านั้น

ผลข้างเคียงที่เจอบ่อยคือกระเพาะปั่นป่วน ทำให้ความอยากอาหารลดลงซึ่งในคนสูงอายุบางส่วนก็มีปัญหาขาดสารอาหารอยู่แล้ว นอกจากนั้น แล้วยังทำให้ความดันต่ำลง หัวใจเต้นช้า และมีโอกาสหน้ามืด หรือล้มได้มากขึ้น ส่วนการรบกวนสมองจะออกมาทางอุปนิสัยซึ่งโรคนี้มีความปั่นป่วนในการตื่น การหลับและการควบคุมอารมณ์อยู่แล้ว แต่ในคนไข้บางราย ยาอาจจะยิ่งทำให้แย่ลงได้

แล้วจะใช้ยากลุ่มนี้ทำไม เริ่มจากได้มีการโฆษณาอย่างแพร่หลาย ช่วงแรกหมอก็นึกว่าจะช่วยลดการดำเนินของโรคสมองเสื่อมได้ แต่ผลปรากฏว่าอาจจะไม่เลย ไม่ก็ช่วยลดการดำเนินของโรคได้ประมาณ 2 เดือนเท่านั้น ผลดีอื่นที่ออกมาจากการวิจัยตั้งแต่ช่วงปี 2000 พบว่าถ้าใช้ในคนไข้ที่เป็นสมองเสื่อมระดับน้อยถึงกลาง จะช่วยกระตุ้นสมอง กระตุ้นความจำและทำให้คนไข้ดูแลตัวเองได้ดีขึ้นในระยะสั้น

นอกจากนั้นในการศึกษาที่ประเทศอเมริกาและอังกฤษในปี 2011 ยังพบว่าคุ้มที่จะให้ยาตัวนี้เพราะคนไข้จะสามารถใช้ชีวิตอยู่บ้านตัวเองได้นานขึ้นเล็กน้อยและลดค่าใช้จ่ายรัฐบาล

ฟังดูก็ไม่แย่เป็นอัลไซเมอร์ก็กินยาตัวนี้ไป แต่เกรงว่าคงไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างนั้น เพราะต้องกลับมาดูด้วยว่าการวิจัยที่ออกมาทั้งหมดนั้น มีกี่วิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยา ส่วนจะมีการบิดเบือนไหมอันนี้ก็ไม่รู้ ผ่านมาหลายปีมีการใช้อย่างแพร่หลาย ปรากฏว่าไม่ได้ปลอดภัยเท่าไหร่เพราะเริ่มพบผลข้างเคียงที่มีอันตรายต่อชีวิต เช่น คลื่นไฟฟ้าในหัวใจมีปัญหา (cardiac conduction disorder) ตับอักเสบ เกิดโรค neuroleptic malignant syndrome มีอาการเช่น ไข้ขึ้นสูง ตัวแข็ง กล้ามเนื้อสลาย ซึ่งปกติจะเจอในยาต้านอาการทางจิต (antipsychotic)

และยังมีการรายงานแบบคนไข้รายคน (case report) หลายเคสพบว่ายาตัวนี้กระตุ้นทำให้กล้ามเนื้อสลายโดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ neuroleptic malignant syndrome โดยจะเกิดขึ้นในช่วงเริ่มยาใหม่ หรือเพิ่มขนาดยา ซึ่งถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัยโดยเร็วอาจจะทำให้เกิดอันตรายรุนแรงได้

ล่าสุดมีการวิจัยศึกษาย้อนหลัง (retrospec tive study) ตั้งแต่ปี 2002 ถึง 2017 ในประเทศแคนาดา ของผู้ป่วยอายุ 66 ปีขึ้นไปที่ได้รับยาอัลไซเมอร์ สามตัวคือ (Donepezil, Rivastigmine และ Galantamine) ที่มีกลไกคล้ายคลึงกันและเปรียบเทียบดูผลข้างเคียงในเรื่องกล้ามเนื้อสลายที่รุนแรงพอที่จะทำให้คนไข้ต้องนอนโรงพยาบาลภายใน 30 วันหลังจากเริ่มยา ได้ข้อมูลคนไข้ทั้งหมด 220-353 คน อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 81 ปี

พบว่ากลุ่มที่ได้รับ Donepezil มี 88 คน (0.06%) ต้องนอนโรงพยาบาลเพราะว่ากล้ามเนื้อสลาย และสูงกว่ากลุ่มที่ได้ยา Rivastigmine หรือ galantamine ซึ่งมีแค่ 16 คน (0.02%)

แต่เทียบกันแบบนี้ จะโทษ Donepezil ก็ไม่ได้เพราะ Rivastigmine และ Galan-tamine อาจจะมีกล้ามเนื้อสลายน้อยกว่าเพราะมีฤทธิ์ป้องกันกล้ามเนื้อย่อยสลายก็ได้ จึงนำ Donepezil มาเทียบกับกลุ่มคนไข้อายุเท่าๆกัน ที่ไม่ได้รับยาช่วยสมองเสื่อมก็พบว่ากลุ่ม Done- pezil ทำให้กล้ามเนื้อสลายสูงกว่าอยู่ดี

และมีนัยสำคัญทางสถิติอีกด้วย ยังไม่จบ นักวิจัยนำยา Donepezil ไปเปรียบเทียบกับคนไข้ที่เพิ่งได้รับยาลดไขมันแสตตินและพบว่ามีกล้ามเนื้อสลายสูงเท่าๆกัน และสูงกว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้รับยานี้

ขณะนี้เรายังไม่รู้กลไกของการเกิดกล้ามเนื้อสลายแต่คาดว่าเป็นจากการที่ระบบส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อใช้สารอะซีไท-โคลีนเหมือนกันจึงทำให้มีการกระตุ้นกล้ามเนื้อผิดปกติได้ในคนไข้บางราย

สรุปว่าเรื่องกล้ามเนื้อสลายเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังในคนไข้ที่ได้รับยา Donepezil เพราะจำนวนคนไข้สมองเสื่อมมีแต่จะสูงขึ้น และหมั่นเฝ้าระวังคนไข้ที่จะได้รับแสตตินขนาดสูงหลังมีการออกคำแนะนำให้ค่า LDL ต่ำติดดิน และยาไขมันแบบฉีดที่ออกใหม่มาก็เช่นกันเพราะความใหม่ของมันเราจึงยังไม่รู้ถึงผลข้างเคียงระยะยาว และผลข้างเคียงที่เจอได้น้อยอาจจะยังไม่ถูกแสดงออกมา

ควรมีการเฝ้าระวัง รวมถึงการให้ความรู้ถึงโรคที่คนไข้เป็น วิธีการดูแลตนเอง และสัญญาณอันตราย เช่น อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในคนไข้ที่ได้รับยาใหม่ หรือเพิ่มขนาดยา ไม่ว่าจะเป็นยาอะไร ด้วยความเป็นห่วงครับ.

หมอดื้อ

หมอดื้อ 15 ธ.ค. 2562 05:15 น.

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %