การกลับเป็นใหม่ครั้งที่สองของโควิด-19

mhorduer
การกลับเป็นใหม่ครั้งที่สองของโควิด-19
26/8/63
1- เกิดจากเชื้อที่ติดจากครั้งแรกแล้วก็หลบซ่อนอยู่ในตัวและปะทุขึ้นมาใหม่
กรณีเช่นนี้พบได้ตั้งแต่ไวรัส นิปาห์ ซึ่งเป็น RNA ไวรัสเหมือนกัน ที่ทำให้เกิดสมองอักเสบเฉียบพลันทำให้เกิดหลอดเลือดอักเสบอย่างรุนแรงโดยเชื้อนี้มาจากค้างคาว ทั้งนี้เมื่อหายแล้วอีกสองปีถัดมาเกิดสมองอักเสบขึ้นมาใหม่แต่คราวนี้ไม่ใช่หลอดเลือดอักเสบว่าเป็นเนื้อสมองอักเสบจริง
กรณีของไวรัสอีโบล่า หลังจากที่รอดชีวิตจากการติดเชื้อครั้งแรกไวรัสเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในลูกตาหรือในสมอง หลังจากนั้น มีลูกตาและสมองอักเสบ
ไวรัสโควิด-19 สามารถหลบซ่อนในที่ต่างๆได้ ถ้าไม่สามารถกำจัดได้หมดสิ้นในระยะแรกและกลไกของการกดหัวไวรัสในที่ต่างๆนั้นอาจไม่ได้ใช้กลไกเหมือนกันกับในระยะแรกก็ได้ และอาจแตกต่างกันในแต่ละเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ
ที่ผ่านมา การกลับเป็นใหม่ครั้งที่สองมีรายงานประปรายอยู่แล้วในประเทศจีนตั้งแต่ต้นปี 2563
แต่ไม่รุนแรง
แต่ทั้งนี้ในอนาคตจะรุนแรงหรือไม่ก็ตาม คงไม่สามารถบอกได้
2- เกิดจากเชื้อจากภายนอกและเกิดการติดใหม่จริงครั้งที่สอง
ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะภูมิคุ้มกันที่จำเพาะต่อไวรัสโควิด-19 หลังจากที่เป็นครั้งแรกนั้น ต้องการทั้ง ภูมิที่ได้จากน้ำเหลือง และจากระบบเซลล์ภูมิคุ้มกัน
ภูมิคุ้มกันไนน้ำเหลืองนั้นสลายตัวไปเร็วมากในระยะเป็นเดือน แม้ไม่ทุกคน แต่อย่างน้อย 15% ขึ้นไปจะหายไปใน 2-3 เดือน
 ดังที่พบในการศึกษาในประเทศไทยในจังหวัดทางภาคใต้ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีมใบยาและพันธมิตรร่วมกับทางจังหวัด 
แต่ถ้าระบบความจำของภูมิคุ้มกัน ไม่บกพร่อง แม้มีการติดเชื้อใหม่ก็จะมีการปลุกระดมภูมิขึ้นมาต่อต้านไวรัสอย่างรวดเร็ว (anamnestic response) และทำให้ไม่มีอาการเลยหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย
ดังนั้น ไม่มีทางทราบได้ว่าการเป็นครั้งที่สองจากเชื้อภายนอกจะรุนแรงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังข้างต้น
นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับหน้าตาของเชื้อไวรัส ถ้ามีลักษณะรูปร่างหน้าตาผิดเพี้ยนไปจากเดิมจนระบบความทรงจำ จำไม่ได้ ก็จะเป็นเสมือนติดเชื้อใหม่ ดังนั้นความรุนแรงอาจจะมากหรือน้อยได้ อย่างที่พบในการติดครั้งแรก
หรือในอีกกรณีหนึ่งรูปร่างหน้าตาแปลกไปบ้างจำได้ แต่ไม่ทำลาย กลับชักชวน ให้เข้าไปในบ้าน เช้าไปในเซลล์ภูมิคุ้มกัน เสียเอง
และเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งในลักษณะนี้เกิดขึ้นได้แน่นอน แต่จะมากหรือน้อย บ่อยเพียงใด?
และเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19