จาก รพ ศูนย์แห่งหนึ่งโดย แพทย์หนุ่มที่จบสาขาผู้เชียวชาญมา 3 ปึ

mhorduer

จาก รพ ศูนย์แห่งหนึ่งโดย แพทย์หนุ่มที่จบสาขาผู้เชียวชาญมา 3 ปึ
16 ธันวาคม 2562
แออัดทำให้ คนแน่นทำให้
– ผิดพลาด
– ดูเคสหนักไม่ทัน
⁃ พอบ ติดเชื้อ ดูดเสมหะไม่ทัน
– คนที่เข้ามานอนติดกัน เลยพาลติดเชื้อ หรือมี ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆอีก
-นอนนานขึ้นจากโรคที่ควรหายเร็ว
– ขวัญกำลังใจ เจ้าหน้าที่
สาเหตุ
1. รพช ส่งมาเพราะไม่กล้าดู เองแม้เคสง่ายๆ
วิธีแก้
-แก้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องฟ้องร้อง
-จะทำให้ รพ ทั่วไป ส่งผู้ป่วยระดับดูแลเองได้ มาโรงพยาบาลใหญ่ลดลง
-ทำรายการยาให้มีใกล้เคียงกันทั้งรพ เล็กและ รพ ใหญ่ เพื่อจะให้สามารถส่งไปรับยาใกล้ๆบ้านได้ง่ายขึ้น ซึ่งพยายามทำอยู่แล้ว
-ทำให้ตรวจแลปได้ง่าย
ขึ้น >> ที่ รพช ส่งตรวจค่าตับ ต้องรอผล 3 วัน?
-ทำให้มี specialist หรือผู้เชี่ยวชาญอยู่ได้นานๆ (นานพอจนเป็นเทพ)
ต้องยอมรับว่า Specialist จบมาใหม่ ไม่ได้เป็นเทพ ขาดประสบการณ์ การเรียนรู้สถานการณ์จริง ที่ไม่ได้มีในโรงเรียนแพทย์ อยู่ได้ไม่นาน ไม่เก่งจริง เปลี่ยนบ่อย ญาติไม่เชื่อถือ
หรือเก่ง แต่ไม่ไหว เป็นยอดมนุษย์ไม่ได้ ใครจะผ่าว้นละหลายรายทุกวัน ดูก่อนผ่า หล้งผ่า และผลแทรกซ้อนหลังผ่าจิปาถะ
แก้: จัดสรร เป็น pack ทีม เช่น ส่ง neuroSx หมอผ่าสมอง ไปพร้อมกันทีละ 3 คนในรพ นั้นๆ
2. โรคที่ป้องกันได้ ไม่ระวังตัวเอง >>ทำให้ admit บ่อยๆ
กลุ่มคนติดเหล้าเกิดอ๊วกเป็นเลือด ตับแข็ง กินหนักไม่รู้ตัว
3. กลุ่ม HIV ไม่กินยา จนดื้อยา เกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาศ ทั่วร่างกาย แถมผู้ป่วยหน้าใหม่อายุนัอย มากขึ้น และไม่รู้ว่าติด
วิธีแก้ไข? > ทำอย่างไรให้คนกลุ่มนี้ หรือครอบครัวช่วยกันดูแล ให้จ่ายเพิ่มในกรณีไม่ดูแลตัวเอง (อันนี้ผมว่ายาก และอาจถูกต่อต้าน รัฐบาลไหนๆก็คงไม่ยอมเพราะเสียคะแนนเสียง) ยอมรับสถานการณ์ จริงว่าโรคมากขึ้นๆ
3. โรคมะเร็งระยะสุดท้ายรวมทั้งโรคต่างๆ endstage ซึ่งต้องการการรักษาแบบประคับประคองpalliative care แล้วยัง ต้องถูกส่งมาโรงพยาบาลใหญ่อีกเหตุผล คือไม่กล้าให้เสียชีวิตที่ รพช หรือบ้าน เพราะแรงกดดันของครอบครัวของญาติผู้ป่วยซึ่งสมาชิกในครอบครัวซึ่งดูแลผู้ป่วยอยู่แล้วเข้าใจในฉับพลันญาติที่ไม่เคยได้ดูแลเกิดกตัญญูเฉียบพลัน กดดันให้รักษาต่อ
แก้ สร้างระบบ palliative care ซึ่งทำอยู่แล้ว แต่ทำอย่างไรให้ effective palliative >> palliative ใกล้บ้าน โดยต้องถือว่าเป็นการตกลงร่วมกันแล้วระหว่างครอบครัวและแพทย์ผู้รักษาในภาวะของโรคที่ไปต่อไม่ได้แล้ว
นอกจากนั้นยังรวมถึงผู้ป่วยระยะสุดท้ายซึ่งอยู่ในโรงพยาบาลต้องเข้าใจว่าถึงจุดสุดท้ายต้องหยุด ไม่ใช่เป็นเพียงเพื่อไม่ให้เกิดความทรมาณต่อผู้ป่วยเท่านั้นแต่ต้องเข้าใจว่าเตียงผู้ป่วยมีความสำคัญในการช่วยชีวิตผู้ป่วย
รายอื่นๆซึ่งรอดชีวิตได้
4 รพ จิตเวช ส่งเคสเข้ามา เพราะมีโรคซึ่งไม่ใช่เป็นทางจิตเวชปนอยู่ด้วยและไม่สามารถดูแลเองได้ เช่น ระดับเกลือโซเดียมต่ำ มีภาวะทางสมองอย่างอื่นร่วมด้วยที่ทำให้เกิดมีอาการทางจิตมีภาวะหัวใจร่วมอยู่ด้วย ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าผู้ป่วยทางจิต มีที่อายุมากขึ้น และอาการทางจิตมีมากมายที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติจากโรคทางกายและโรคในสมองเอง
แก้ไข……..???
5. มา ER โดยไม่จำเป็น ไม่ฉุกเฉินก็มา เพราะไม่อยากมาในเวลา ตอนนี้ก็เห็นว่าเก็บเพิ่ม 100 บาท กันหลาย รพ แต่ก็ไม่ได้ลดลงเท่าไร ปัญหาคือ เกณฑ์ที่บอกไม่ฉุกเฉินต้องชัดเจน จนท ก็ไม่กล้าชนญาติคนไข้ สุดท้ายก็จั่วหัวเป็นฉุกเฉิน คนไข้ก็เข้ามานั่งกดโทรศัพท์ ในโซน ที่ตั้งปั๊มหัวใจช่วยชีวิตresuscitation อยู่ดี —
6. ที่ OPD มาเอง + refer มาจนล้น ตรวจไม่ทัน
แก้ ทำเป็นระบบนัดคิวออนไลน์ ลงทะเบียนมาจาก รพ.ต้นทางเลยว่าจะมาวันไหนได้ คิวspecialist แต่ละหน่วย รับได้วันละกี่คน ถ้าเต็มแล้วก็นัดถัดออกไป อาจจะมี slot ให้เคสด่วนได้วันละ 5 เคส
ยกเลิกใบสามสีที่หมอต้นทางเขียนให้คนไข้แล้วถือมาเอง (ผมว่าใบสามสีนี่โบราณมากแล้ว คอนนี้ชาวบ้านเล่นinternetเป็นหมดแล้วล่ะครับ ที ชิม ชอป ใช้ ยังลงทะเบียนกันได้ แค่ลงทะเบียนมาตรวจนี่ไม่น่ามีปัญหา)
ตอนนี้ก็ทนๆไปล่ะครับ
ผมคิดว่าคงเปลี่ยนอะไรๆได้ยาก
ทำหน้าที่ของผมไปเรื่อยๆ
ทุกวันนี้คิดว่าไปทำการกุศลล้วนๆ
ที่อยู่ได้นี่เพราะเพื่อนร่วมงานดี
ส่วนเงินมาหาเอาที่เอกชนกับเล่นหุ้นเอาล่ะกันครับ 55555
หลวงมิให้ขาด ราษฎร์มิให้พร่องนี่ก็เหนื่อยอยู่เหมือนกันครับ
หุ้นก็ตกเอาๆ 55555 ช่วงนี้เลิกเล่นไปก่อน