โควิด-19 ติดต่อไปยังทารก จากแม่ที่ติดเชื้อในการตั้งท้องช่วงสุดท้าย

mhorduer
รายงานในวารสาร Nature communications (extracted จาก DG alert)
เป็นการรายงานจากฝรั่งเศสมารดาอายุ 23 ปี ติดเชื้อมีไข้ ไอและมีเสมหะสองสัปดาห์ก่อนที่จะเข้าโรงพยาบาลและตรวจพบไวรัสทั้งในเลือดในจมูกและจากในช่องคลอด
สามวันหลังจากเข้าโรงพยาบาลเด็กต้องมีความจำเป็นได้รับการผ่าตัดออก
พบไวรัสในน้ำคร่ำ เลือด และน้ำล้างปอดของเด็ก รวมทั้งในจมูก
และจำนวนของไวรัสในจมูกเด็กมีปริมาณเพิ่มขึ้น เมื่อทำการตรวจซ้ำในวันที่ 3 และ 18
หลังคลอดวันที่สามเด็กมีอาการผิดปกติไม่รับนมมีอาการเกร็งลำตัว หลังแอ่น และน้ำไขสันหลังหลังพบเซลล์อักเสบ
การทำคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้าวันที่ 11 พบมีความผิดปกติของสมองส่วนสีขาว ทั้งperiventricular และ subcortical white matter
อย่างไรก็ตามเด็กค่อยๆดีขึ้นและที่สองเดือนความผิดปกติในเนื้อสมองลดลงบ้าง
………………………
ข้อสังเกตเพิ่มเติมจากหมอเอง
ลักษณะดังกล่าวเป็นลักษณะที่พบในไวรัส ซิก้า ที่เข้าสมองเด็กทำให้สมองลีบ ทั้งนี้เกิดจากการที่ไวรัส จากเลือดแม่ผ่านเข้ามาทางรก ทั้งนี้ผนังทางด้านนอกของรก placental trophoblast จะมีกลไกป้องกัน Type III interferon และ IL29 และไวรัสสามารถทะลวงการป้องกันชั้นนอก เข้ามาถึงชั้นใน และผ่านแนวป้องกัน type I interferon จากนั้นจึงผ่านเข้าเลือดของเด็กและผ่านเข้าผนังกั้นระหว่างหลอดเลือดกับสมองจนเข้าไปติดเชื้อในสมองเด็ก รายงานในวารสาร Nature Medicine โดยทดลองในลิง ท้อง พบว่าทารก มีความผิดปกติในสมองในส่วนสีขาวเช่นกันและพบไวรัสในสมองและในตำแหน่งต่างๆ
ทั้งนี้การวิจัยโดยการใช้ cerebral organoids พบ ซิกก้าไวรัส รบกวนเซลล์ต้นกำเนิดของสมองและมีการกระตุ้น TLR3 รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงของยีนส์ที่ทำให้เกิดความไม่ปกติในการพัฒนาสมองและเกิดโรคต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของสมอง