ปรากฎการณ์ทางสมองของคนไทย (ส่วนมาก) : อาการคลื่นไส้ อาเจียน และสะอิดสะเอียน (Disgust)

mhorduer
ความรู้สึกจากใจ จากที่ได้บรรยายในบทความต่อเนื่องในคอลัมน์สุขภาพหรรษา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หมอดื้อ และทางสื่อต่างๆ ถึงผลที่กระทบต่อสุขภาพทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเกิดขึ้นช้าๆอย่างต่อเนื่อง
อยากให้คนไทยทั้งประเทศพิจารณาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องต่างๆ ที่อยู่รอบตัว เพื่อให้ตระหนักว่า แท้จริงแล้วมีการ ”ผูกขาดทุกสิ่งทุกอย่าง”
ดิน น้ำ อาหาร เมล็ดพันธุ์พืช ทรัพยากร ธรรมชาติ การตักตวงหาประโยชน์ ไม่สนใจกับมลภาวะที่เกิดขึ้น ที่ส่งผลกระทบอย่างยาวนานและต่อเนื่องต่อชีวิต แม้กระทั่งระบบสาธารณสุขที่จะรับไม่ไหวกับผลทางตรงและทางอ้อมจากการกระทำเหล่านี้
เหล่านี้ส่งผล ทำให้เกิดความสะอิดสะเอียนโดยที่
อาการที่ว่านี้เริ่มด้วยลักษณะคลื่นไส้ ทำให้อยากอาเจียน ทั้งนี้ โดยไม่มีอาการนำ หรือมีอาการร่วมของอาการเวียนศรีษะ บ้านหมุน หรือ โคลงเคลง แต่เป็นลักษณะเฉพาะเจาะจงออกฤทธ์ที่ศูนย์ของก้านสมองระดับ medulla (ศูนย์อาเจียน) อาการที่หมอเป็นไม่ได้เกิดขึ้นคนเดียว แต่น่าจะเกิดขึ้นกับคนอื่นๆหลายหมู่เหล่า ไม่จำกัด เพศ อายุ การศึกษา เป็นหมอหรือคนไข้ เป็นคนหาเช้ากินค่ำ นักธุรกิจ และน่าจะเป็นในคนไทยเกือบทั้งประเทศถ้าได้รับรู้และตระหนักซึ่งที่เกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน
ระยะแรกหมอคิดว่ามันคงเกิดจากมลภาวะในอากาศ หรือ ในอาหาร อย่างเช่นสารผงชูรส แต่ลักษณะการดำเนินของอาการ และความรุนแรงกลับแปรตามการรับรู้จากสื่อ วิทยุ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ถึงการกระทำของท่านผู้ทรงเกียรติ และบุคคลในระดับผู้บริหาร ซึ่งต่างล้วนมีสมองที่น่าศึกษาในทางอัจฉริยะชั่วร้าย และมีความตอแหล ซึ่งเป็นลักษณะที่นักประสาทชีววิทยาศาสตร์ต่างตื่นเต้นศึกษากัน
ความทรมานจากการที่สมองส่วน “ คลื่นใส้/อาเจียน “ ถูกกระตุ้นจนยกระดับขึ้นจนถึงขั้น “ สะอิดสะเอียน”
นับตั้งแต่ได้รับฟังเรื่องราวต่างๆที่ประชาชนทั่วไปได้รับฟังดูเป็นสิ่งดีงาม แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่
ความสะอิดสะเอียนมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้รับทราบครั้งแล้วครั้งเล่าโดยที่ยืนยันว่าจะทำเพื่อประโยชน์ ความยั่งยืน และสุขภาพของคนไทย
หมอเกิดความสมเพชที่สมองส่วนควบคุม การตอแหลของบุคคลเหล่านี้ต้องทำงานหนักเป็น 10 เป็น 100 เท่า
และเป็นที่น่าศึกษาต่อว่าในที่สุดสมองส่วนอื่นจะเกิดการฝ่อและเสื่อมหรือไม่ เนื่องจากมีแต่สมองตอแหลที่ทำงานแต่เพียงส่วนเดียว
“สะอิดสะเอียน” (Disgust) เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์ทางสมองและอารมณ์ในระยะแรกจัดเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อการรับรู้สิ่งสกปรก สิ่งผิดปกติ จากประสาทสัมผัส ทั้งรส รูป กลิ่น และมีการบันทึกเป็นหนังสือโดยชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) ตั้งแต่ปี ค.ศ.1872 และในเวลาต่อมา Robert Plutchik (เสียชีวิตเมื่ออายุ 78, 29 เมษายน 2006 ) ถือว่า “สะอิดสะเอียน” จัดเป็นอารมณ์ความรู้สึก 1ใน 8 อย่าง ได้แก่ ความโกรธ (Anger) กลัว (Fear) เศร้าสร้อย (Sadness) สะอิดสะเอียน (Disgust) ประหลาดใจ (Surprise) ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity) การยอมรับ (Acceptance) และความปิติ (Joy)
Plutchik ได้เสนอว่า อารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้เป็นการตอบสนองขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆเพื่อให้คนสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อม เพื่อมีการดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคม และจรรโลงสังคมในทางที่ถูกต้อง เหมาะสม ความสะอิดสะเอียนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีหน้า (ซึ่งสีหน้าสามารถจำแนกได้ถึง 15 แบบ ตามทฤษฎีของ Paul Ekman) โดยที่จะมีหัวใจเต้นช้าลง ซึ่งต่างจากปฏิกิริยาของหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นในอารมณ์กลัว หรือโกรธ
ดังนั้น “สะอิดสะเอียน” ขณะนี้ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดว่าเป็นความรู้สึก หรือสัญชาติญาณ เพื่อป้องกันชีวิตแต่อย่างเดียว (เช่น มีต่ออาหารที่เป็นพิษ สิ่งปฏิกูล อาหารบูด เน่าเสีย ของเสีย) แต่เป็นสัญชาติญาณ อารมณ์ ความรู้สึกที่มีปฏิกิริยา ต่อความไม่ถูกต้องทางศีลธรรม ความไม่ถูกต้องของสังคม ต่อความประพฤติเลวร้าย ซึ่งรวมถึงการย่ำยีผู้ไม่มีทางสู้ ผู้ด้อยโอกาส
ความ “สะอิดสะเอียน” ก่อให้เกิดความรู้สึก “ละอาย” ต่อพฤติกรรม ความประพฤติที่ผิดมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นที่ผู้อื่นก่อขึ้น หรือเป็นจากที่ตนเองก่อก็ตาม
สมองที่มีส่วนใน “สะอิดสะเอียน” อยู่ที่ anterior insula (Nature, 1997) จากการศึกษาโดยคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้ (Functional magnetic resonance imaging) แต่ยังมีข้อโต้แย้งในตำแหน่งของสมองส่วนนี้บ้าง (Neuroreport, 2002; Neuroimage, 2004) ผู้ป่วยที่มีสมองผิดปกติทางกรรมพันธุ์ (Huntington’s disease) ปรากฎว่าไม่มีปฏิกริยาของความ “สะอิดสะเอียน” ต่อการรับรู้ทางวัตถุสิ่งของหรือทางการรับรส โดยที่มีความเสื่อมของสมองเป็นคนละส่วนกันกับ anterior insula
ดังนั้น เป็นที่น่าแปลกที่คนไทยหลายสิบล้านคนในประเทศ มีความรู้สึก คลื่นใส้/อาเจียน และ “สะอิดสะเอียน” ต่อการกระทำ การประพฤติผิดมิชอบ ของนักการเมือง ข้าราชการที่เก่งแต่คอร์รัปชั่น ที่ทำร้ายประชาชน และที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทนายทุน
แต่บุคคล และหน่วยราชการเหล่านี้ กลับมีสมองส่วน “สะอิดสะเอียน” ชาด้าน สะใจกับการที่เห็นเพื่อนคนไทยด้วยกันถูกเอารัดเอาเปรียบ
เมื่อขาดความ “สะอิดสะเอียน” จะไม่มีความ “ละอาย” และย่อมนำไปสู่การปรับตนเองไม่ได้กับสังคมที่มีความถูกต้อง เที่ยงธรรม มีศีลธรรม ซึ่งย่อมนำไปสู่การสูญพันธ์ ไม่ว่าจะเกิดจากการถูกทำลาย จากประชาชน จากการต่อสู้แก่งแย่งในกลุ่มกัดกันเอง หรือเกิดจากการฝ่อสลายของตัวเองก็ตาม
ขอเรียนวิงวอนประชาชนกลับหันมาพินิจพิเคราะห์ที่สถานการณ์ต่างๆอีกครั้ง อย่างรอบด้าน แทบทุกเรื่องยึดโยง ไปถึงเรื่องไปถึงจุดตั้งต้นเดียวกัน คล้ายกันการโกงกิน อย่างเป็นระบบระเบียบ ร่วมมือร่วมใจกันอย่างแน่นแฟ้น
ประเทศของเราควรอย่างยิ่งที่จะมีการพัฒนาไม่แต่เพียงวัตถุ แต่ต้องรวมทั้งสมอง จิตใจ จิตสำนึกดวงเดียวกัน
กำจัดคนเลวให้สิ้นซาก

ศ. นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา

13/06/2020