การตรวจหาโควิด-19 เร็วเกินไปจะตรวจไม่เจอไวรัส

mhorduer
การตรวจหาโควิด-19 เร็วเกินไปจะตรวจไม่เจอไวรัส
ในระยะสี่วันแรก หลังที่ได้รับเชื้อมาติด มักจะหาเชื่อไม่เจอ
ในวันแรกที่มีอาการอาจยังตรวจไม่เจอได้ถึง 38%
ในวันที่แปดหลังจากมีอาการ อาจยังตรวจไม่เจอ 20%
รายงานในวารสาร สมาคมแพทย์อายุรกรรมอเมริกา ann intern med 19/5/63
(เมื่อควบกับการตรวจ antibody แล้ว
ต้องใช้ควบ ปิดจุดอ่อนของกันและกัน
เพราะเราใช้ gold standard เป็น PCR ทั้งสิ้น
การตรวจแอนคิบอดี IgG IgM แบบ ELISA รวมการตรวจหาภูมิที่ยังยั้ง ไวรัสด้วย คือ neutralizing antibody
แลปจองเราภายใต้ สภากาชาดไทย ไม่มีผลประโยชน์ ทับซ้อน)
ประเด็นสำคัญเพราะนำผลแล็ปหนึ่ง (RT-PCR) ไปใช้เป็น gold standard ของการวินิจฉัยโรค (อาการป่วย) ทั้งที่เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งสำหรับประกอบการวินิจฉัยโรค หรือ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวินิจฉัยโรค (Criterion for diagnosis) ทำให้เกิดความสับสนระหว่างคำว่า การตรวจคัดกรอง (Screening Test), ผู้สัมผัสโรค (Expose to virus), ผู้ติดเชื้อ (Infection), การแพร่เชื้อ (Transmission), ภาวะภูมิคุ้มกันของบุคคลและชุมชน, ผู้เป็นพาหะนำโรค และ ผู้ป่วย ทำให้สังคมขาดความเข้าใจภาวะการณ์ และสถานการณ์ของโรคระบาด
Over the 4 days of infection before the typical time of symptom onset (day 5), the probability of a false-negative result in an infected person decreases from 100% (95% CI, 100% to 100%) on day 1 to 67% (CI, 27% to 94%) on day 4. On the day of symptom onset, the median false-negative rate was 38% (CI, 18% to 65%). This decreased to 20% (CI, 12% to 30%) on day 8 (3 days after symptom onset) then began to increase again, from 21% (CI, 13% to 31%) on day 9 to 66% (CI, 54% to 77%) on day 21.
รูปที่ หนี่งจากวารสาร ฉบับนี้ครับ