ว่าด้วยเรื่องการหลบซ่อนของไวรัส RNA ในร่างกายเมื่อผ่านระยะต้นไปแล้ว

mhorduer
เรื่องทางสมองทราบกันดีตั้งแต่ก่อนปี 2003 กลไกการติดเชื้อของไวรัส RNA ที่เข้าสมอง
ในรูปจากวารสาร Nature แสดงว่าไวรัส RNA นั้น แต่ละชนิดจะเข้าไปในเซลล์ไหนของสมองได้และกลไกที่ควบคุมและทำลายระยะสั้น จะใช้กลไกต่างกันใน แต่ละชนิดของเซลล์และเซลล์ที่เหลือที่ยังมีไวรัสอยู่จะมีกลไกสำหรับควบคุมระยะยาว
การขาดการควบตุมระยะยาวอาจส่งผลให้มีการงอกเงยขึ้นมาใหม่
ไวรัสnipah หลังจากหายครั้งแรกจากสมองอักเสบเฉียบพลันซึ่งเกิดจากเส้นเลือดอักเสบอีกเกือบสองปีถัดมามีอาการสมองอักเสบใหม่แต่เป็นการติดเชื้อและแสดงอาการที่เปลือกสมองcortex
ลักษณะการซ่อนอยู่ในร่างกายของไวรัสRNA ยังมีอยู่หลายลักษณะเช่นไวรัสพิษสุนัขบ้าการหลบซ่อน มีตั้งแต่อยู่ที่แผลที่ถูกหมาบ้ากัด แต่ในเซลล์กล้ามเนื้อมี
miRNA คอยคุมไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวนแต่ไวรัสไม่ได้อยู่ในลักษณะของการจำศิลที่แท้จริงแบบ DNA virus ดังนั้นจึงเรียกว่า smouldering infection และขณะที่เข้าไปในสมองแล้วจะกดการสร้างภูมิคุ้มกันที่มาต่อสู้กับตนเองรวมทั้งหลบหลีกระบบคุ้มกันไม่ให้มองเห็นและอาศัยอยู่ในเซลล์ประสาทใช้อาหารการกินและพลังงานจากเซลล์ประสาทเพิ่มจำนวนไป จนกระทั่งเซลล์ประสาทหมดพลังงาน เป็น bioenergetic failure แบบเดียวกับอัลไซเมอร์ ดังนั้นโรคพิษสุนัขบ้า เปรียบเสมือนอัลไซเมอร์ชนิดรวดเร็ว แต่ใช้กลไก incomplete autophagy ในการหลบหลีกการขจัดออกจากเซลล์ประสาท
(คณะของเราเขียนเรื่องพิษสุนัขบ้าใน lancet neurology 2000 2013 ร่วมใน Nature review 2017 และ curr top ID 2018)
(รูปมาจากวารสาร Nature ถือเป็นบทความคลาสสิค 2003 โดยครู ไดแอนน์ กริฟฟิน จอห์นส ฮอปกินส์)
ศ นพ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
16/4/63